[PSE] CH03 - The Vestal Rat

posted on 05 Jan 2014 19:22 by yufenglin in PSE
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
 
 

            เมื่อเธอปฏิบัติตามคำสั่ง ในวันต่อมาตัวเธอนั้นถูกจับกุม เธอไม่แน่ใจนักว่าตัวเองรู้อยู่แล้วหรือไม่ว่าเหตุการณ์มันจะต้องจบลงแบบนี้ แต่ถึงรู้หรือไม่เธอก็จะต้องทำตามคำสั่งอยู่ดี

        หญิงเทวทูตได้แต่นั่งหัวเราะในห้องสี่เหลี่ยมมืดมนนี้อย่างไร้ทางเลือก

        รับโทษประหารงั้นหรือ

 

        เมื่อรู้รสชาติของความตายครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งในความตายครั้งแรกเมื่อโดนรถไฟบดทับ หรือแม้กระทั่งความตายนับครั้งไม่ถ้วนจากร่างจำแลงทำให้เธอไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวอะไร

        คล้ายว่ากำลังจะชาชิน

        ในขณะที่เธอกำลังอยู่ในชั้นศาลรอคำพิพากษาตาย อัครเทวทูตรากูเอลกลับทุบค้อนพิพากษาปล่อยตัว คำพิพากษานั้นสร้างความงุนงงให้กับขณะลูกขุนในห้องหรือแม้แต่ตัวเธอเอง ในเวลานั้นอลิเซียไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเธอแสดงสีหน้าอย่างไร

        เธอเริ่มไม่แน่ใจนักว่าเธอยินดีจะตายหรือว่าอยากใช้ชีวิตต่อไป แต่ถึงเธอจะพยายามคิดครวญไตร่ตรองมันก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็น สิ่งที่เธอทำได้เพียงตอนนี้ก็ได้แค่เดินไปอย่างตัวหมากตัวเบี้ยเพื่อให้ผู้เล่นสั่งการเท่านั้น

 

        สิ่งที่ได้รับรู้หลังจากการพิพากษาคือคำสั่งสังหารเทพีไอริสมาจากอัครเทวทูตมิคาเอลสวมรอยเป็นอัครเทวทูตเรมิเอล และเขาได้นำปีศาจขึ้นมาปลอมเป็นเทวทูตเพื่อสืบเรื่องราวภายในเอลิเซียน คำพูดนั้นราวกับลิ่มที่ตอกแทงเข้ามาในหัวใจ เธอทำงานให้คนทรยศหรือแม้กระทั่งเธอมองตัวปลอมไม่ออก

        เธอไม่ได้รู้จักอะไรหัวหน้าหน่วยตนเองเลย

 

        แต่เพียงแค่เท่านั้นมันก็ยังไม่พอ

 

        หลังจากเรื่องคำสั่งที่เธอได้รับคำสั่งสังหารเทพีไอริสเธอก็พลาดข่าวสารไปหลายอย่าง พอกลับมาในหน่วยอีกทีกลับได้ยินเสียงข่าวลือว่าอัครเทวทูตเรมิเอลได้หายตัวไป ตัวอลิเซียไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรตอนที่เห็นทุกคนในหน่วยเป็นกังวล ท่านเรมิเอลเป็นถึงอัครเทวทูต ถึงจะหายตัวไปก็ไม่เห็นต้องมีอะไรกังวล

 

        ไม่ได้สนใจอะไรถึงแม้จะรู้ว่ามีปฏิบัติการตามหาตัวท่านเรมิเอลแล้วก็ตาม

 

        จนกระทั่ง…

 

        ในการรายงานตัวครั้งแรก ท่านอัครเทวทูตรากูเอลยื่นซองภารกิจมาตรงหน้าเธอพร้อมทั้งจดหมายเล็กๆ อีกหนึ่งแผ่นที่มีแต่ตัวเลข เขากล่าวว่าเป็นสารจากคนร้าย ให้เธอถอดรหัสในจดหมายแล้วตามหาท่านเรมิเอลพร้อมกับคนในหน่วยพิเศษที่เขาจัดขึ้น เธอใช้เวลาไม่นานในการไปพบสมาชิกอีกสี่คนในกลุ่ม กลุ่มคนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคนที่เธอไม่รู้จักทั้งสิ้น ในระหว่างที่เธอกำลังอิหลักอิเหลื่อไม่รู้จะทำอะไรดี ชายคนหนึ่งที่ดูท่าทางเป็นคนเลือดร้อนก็ทักเธอขึ้นก่อน เขาคือเจย์เดน พาร์คเกอร์

        พอเจย์เดน พาร์คเกอร์หันมาทักอลิเซีย ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูท่าทางเหยาะแหยะอ่อนแอคนหนึ่งที่หลบอยู่จะแทบจะแรกไปกับผนังก็หันมามองเธอตาม เธอทราบจากภาพในภารกิจว่าเขาคือเฮย์เดน ทรอย ทันทีที่เธอหันไปยิ้มให้กับเขา เขาก็หันมองไปทางผนังแล้วก้มลงพูดงึมงำ

        อีกสองคนที่เหลือน่าจะเป็นอเล็กซิส เพรย์ตันกับโจชัวร์ สมิทธ์ที่กำลังนั่งปรีกษากันอยู่ อลิเซียมองจากกิริยาท่าทางก็เห็นว่าอเล็กซิส เพรย์ตันเป็นหญิงสาวที่มีความเป็นกุลสตรีอย่างน่าอิจฉา ส่วนโจชัวร์ สมิทธ์เองก็เป็นคนที่ค่อนข้างมีระเบียบและมีความมั่นใจ

        อลิเซียมองสภาพคนในห้องตอนนี้ก็รู้ว่ายังไม่มีความคุ้นเคยกันจากท่าทางระมัดระวังตัวของแต่ละคน ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะมาในห้องนี้ก่อนเธอไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากไม่มีอะไรที่จะต้องพูดคุยกับพวกเขาต่อ อลิเซียจึงเดินไปที่คอมพิวเตอร์ตรงมุมห้อง เธอกดเปิดเครื่องแล้วนั่งมองหน้าจอเดสก์ท็อปอย่างไม่มีอะไรจะทำ

        “ผมถอดรหัสได้แล้วครับ” เสียงแผ่วเบาของเฮย์เดน ทรอยเรียกความสนใจให้อีกสี่คนในห้องหันไปมอง เจย์เดน พาร์คเกอร์รีบรุดเข้าไปแย่งกระดาษแผ่นน้อยมาจากมือเขาแล้วอ่านออกเสียงข้อความที่ถอดออกมาได้พออ่านจบเขาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง “เราจะได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นกันน่ะสิ”

        “ไม่ใช่เรื่องตลก คุณพาร์คเกอร์” โจชัวร์ สมิทธ์พูดขึ้นเสียงเรียบ

        “โธ่ หัวหน้า ผมแค่เห็นพวกคุณเครียดกันเลยช่วยคลายเครียดก็เท่านั้น”

        “ดูสถานการณ์บ้างเถอะ”

        สมาชิกในทีมนัดแนะสถานที่กันแล้วเตรียมตัวแยกย้าย อลิเซียได้แต่พยักหน้ารับทำตามที่สมิทธ์สั่งโดยไม่คัดค้านอะไรจนพาร์คเกอร์แซวว่าเธอเป็นใบ้

 

        !!!

 

        เสียงคอมพิวเตอร์ที่อลิเซียเปิดไว้ดังขึ้นเตือนอีเมล์เข้า ทุกคนในห้องเงียบอยู่นานก่อนที่อเล็กซิส เพรย์ตันจะเดินเข้าไปเปิดดู ในจอคอมพิวเตอร์คือภาพคลิปวิดีโอชายผมสีชมพูถูกมัดด้วยเส้นเชือกหนาที่ใบหน้าเปรอะไปด้วยรอยเลือด

        นั่นคือภาพของท่านเรมิเอล

        อลิเซียตัวสั่น เธอกัดปากของตนจนรู้สึกได้ถึงรสเลือดขณะมองคลิปวิดีโอนั้นด้วยความเคียดแค้นชิงชังอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานาน

 

        “อีกสองชั่วโมงเจอกันที่จุดนัดพบ”

 

        อลิเซียทิ้งคำพูดไว้แค่นั้นแล้วรีบก้าวเท้าออกจากห้องไป

 

 

Hiroshi Nakao, Dark box bird cage : Japan

       

        ในระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่นเธอก็ได้ใช้เวลาใคร่ครวญถึงการกระทำของตัวเองอยู่เงียบๆ เมื่อชั่วครู่เธอปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกเข้าควบคุมความคิดแล้วออกคำสั่งกับสมาชิกในกลุ่มทั้งที่เป็นเทวทูตระดับต่ำ อีกทั้งไม่รอปรึกษาใครทั้งสิ้นเมื่อพูดจบก็เดินออกมาทันที

        มันอาจจะเป็นสิ่งที่คนร้ายต้องการ คลิปวิดีโอที่ราวกับจะปั่นประสาท

        และเธอก็ทำตามในสิ่งที่มันต้องการ

        โง่เง่าสิ้นดี

        “คุณแลนแคสเตอร์มารอนานแล้วหรือยังครับ” เฮย์เดน ทรอยพูดขณะเดินเข้ามายืนรวมกับเธอ สีหน้าของเขาดูซีดเซียวไม่ต่างไปจากตอนเช้า แต่ความเหนื่อยนั้นแสดงออกจากสีหน้าให้เห็นชัด

        “ไม่นาน” เธอตอบแล้วมองไปยังสิ่งก่อสร้างตรงหน้า ไม่ได้สนใจอะไรเขาอีก ในเวลานี้เธอไม่มีความรู้สึกอยากคุยเล่นคุยหัวกับใคร เพียงแค่จะเค้นคำพูดแต่ละคำให้ออกมาจากลำคอก็ยากแล้ว

        ราวกับโดนบีบคออยู่ตลอดเวลา

        “คุณแลนแคสเตอร์ หัวหน้ากับคนที่เหลือมาถึงแล้วครับ” ผ่านไปไม่นานทรอยก็พูดขึ้นอีก อลิเซียละสายตาจากสิ่งก่อสร้างตรงหน้าแล้วมองไปยังผู้มาใหม่ โจชัวร์ สมิทธ์ดูไม่ได้โกรธเคืองอะไรกับเรื่องที่เธอทำไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วทำให้เธอวางใจได้มาก

        หัวหน้ากลุ่มในทีมกวาดสายตามองสมาชิกทั้งหมดก่อนจะแนะแผนการอีกรอบรวมถึงข้อป้องกันการผิดพลาดต่างๆ เขาพูดนานจนเธอเริ่มรู้สึกว่าอยากจะเดินเข้าไปข้างในแล้วปล่อยให้เขาพูดต่อไปจนถึงเช้าเองคนเดียว

        “เราทราบแล้วค่ะหัวหน้า” อเล็กซิส เพรย์ตันตัดบทด้วยถ้อยคำที่สุภาพก่อนจะหันไปมองอลิเซีย “เราเข้าไปกันเถอะค่ะ เธอคนนั้นดูร้อนใจเต็มทีแล้ว”

        อลิเซียหันไปมองหญิงสาวด้วยสีหน้าขอบคุณแล้วเดินไปกับอเล็กซิส เพรย์ตันและเจย์เดน พาร์คเกอร์ตามคำสั่งของโจชัวร์ สมิทธ์ที่เดินสำรวจกับเฮย์เดน ทรอยอีกทาง

        อลิเซียพยายามรื้อข้าวของทุกอย่างเท่าที่จะหาได้ มองในทุกเบาะแสในห้องสี่เหลี่ยมเล็กไม่ละเลยรายละเอียดใดๆ ถึงแม้จะรู้ว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอกำลังตามหา แต่ยิ่งค้นหากลับยิ่งรู้สึกว่าเบาะแสในสถานที่นี้ยิ่งไกลออกไป

        “เบาๆ หน่อยก็ได้อลิเซีย” เจย์เดน พาร์คเกอร์พูดขึ้นในขณะที่เธอกำลังรื้อค้นลิ้นชัก “ถ้าเธอทำพังขึ้นมาเบาะแสมันก็หายไปด้วยนะ”

        “เงียบเถอะ คุณพาร์คเกอร์ ตั้งใจหาเบาะแสในที่ของคุณไป” อลิเซียตอบกลับขณะดึงลิ้นชักเล็กๆ นั่นออกมาเทของทุกอย่างลงพื้น อเล็กซิส เพรย์ตันที่เดินมองของในห้องอยู่ถึงกับต้องส่งสายตาปรามเธอ “ใจเย็นๆ เถอะค่ะคุณแลนแคสเตอร์ อีกสักหน่อยเราก็คงหาท่านเรมิเอลเจอ”

        สิ้นเสียงของหญิงสาว อลิเซียก็ก้มลงมองของที่เธอเทออกมา สิ่งของที่ไร้ประโยชน์

        ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เธอเริ่มรู้สึกอยากเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกเสียแล้ว

 

        “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!!” สมาชิกทั้งสามได้ยินเสียงของทรอยวิ่งกระหืดกระหอบมาตามทางเดิน ส่งเสียงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจนเสียงแหบแห้ง เพรย์ตันเป็นคนแรกที่รีบวิ่งออกไปตามด้วยเธอและพาร์คเกอร์ เมื่อพบพวกเธอ ทรอยก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาจับแขนของเธอไว้ พูดด้วยเสียงที่เหมือนกับกำลังจะขาดสติ “หัวหน้า…หัวหน้าเขา…หัวหน้าตายแล้ว!”

        ทันทีทรอยพูดจบ พาร์คเกอร์ก็ดึงแขนเธอรีบรุดไปที่ห้องที่สมิทธ์เดินแยกไปโดยมีทรอยเป็นคนนำ เพรย์ตันเดินก้าวตามมาช้าๆ เหมือนคนกำลังหมดเรี่ยวแรง พอไปถึงจุดเกิดเหตุพวกเขาก็พบร่างของสมิทธ์ที่ถูกปักลิ่มโลหะตอกเข้ากับผนัง

        เพรย์ตันทรุดตัวลงกรีดร้องเมื่อเห็นสภาพศพ ส่วนพาร์คเกอร์หันไปเมินมองทางอื่น ในเวลานี้ท่าทางร่าเริงอารมณ์ดีของเขาหายไปหมดแล้ว เมื่อเห็นเพรย์ตันแสดงท่าทางหวาดกลัวต่อร่างของสมิทธ์เขาจึงเดินเข้าไปปลอบประโลมเธอเงียบๆ

        อลิเซียยืนมองสภาพศพอยู่นาน เธอรู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อทรอยละล่ำละลักอธิบายต่อเธอทั้งน้ำตา “ผม…ผม…แค่คลาดสายตาไปสำรวจอีกที่แป๊บเดียว พอกลับมาเขาก็…”

        “เห็นคนร้ายหรือเปล่าคุณทรอย” อลิเซียพูดเสียงต่ำราวกับจะคาดคั้นอีกฝ่ายและถามคำถามนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก “หรือว่าที่ไม่เห็นเพราะคุณเป็นคนปักลิ่มนั่นเข้ากับตัวของเขาเอง”

        อลิเซียแสดงท่าทีคุกคามต่อเฮย์เดน ทรอยที่เพิ่งพบสิ่งเหล่านี้เป็นครั้งแรก เขาอึกอักพูดไม่ออกได้แต่น้ำตาคลอเบ้าสีหน้าน่าสงสารจนกระทั่งพาร์คเกอร์ได้ส่งเสียงห้ามเธอ

        ถึงจะมีคำถามมากมายแค่ไหน เธอก็ได้แค่เก็บมันไว้ข้างในใจ แล้วกำหมัดแน่นระบายความรู้สึกเท่านั้น

 

        เมื่อเพรย์ตันและทรอยเริ่มคลายความหวาดกลัว สมาชิกในกลุ่มก็เริ่มเดินสำรวจอีกครั้ง เธอเปิดทุกห้องที่เปิดได้ รื้อของทุกอย่างเท่าที่รื้อได้ แต่ก็ยังคงไม่พบเบาะแสอะไรเพิ่มเติม

        หากทรอยเห็นคนร้ายแม้เพียงสักนิด…เราคงจะไม่มืดแปดด้านแบบนี้

        “เราน่าจะออกไปข้างนอกกันได้แล้ว” พาร์คเกอร์พูดขึ้น “อยู่ที่นี่ไปเราก็ไม่ได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม น่าจะไปเริ่มกันใหม่ ในนี้มันอันตราย ถ้ามีคนตาย…”

        “ออกไปข้างนอกมันก็อันตราย” อลิเซยพูดแทรกขึ้นมา “ถึงจะกลับไปบนเอลิเซียนก็อันตราย ฉันคิดว่าคุณน่าจะรู้ข้อนี้นะคุณพาร์คเกอร์ คนร้ายรู้จักพวกเราทุกคน!”

        “ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงท่านเรมิเอล แต่ว่าวันนี้เราเจอเรื่องมามากพอแล้ว”

        “ไม่ได้อะไรในวันนี้ พรุ่งนี้เราก็จะไม่ได้” อลิเซียส่งเสียงเถียงเขากลับอย่างไม่ลดละ “หรือคุณไม่เห็นในคลิปวิดีโอ คุณก็รู้ว่าเราไม่ได้มีเวลามากพอจะพักผ่อน!”

        “อลิเซีย..” พาร์คเกอร์เอ่ยชื่อเธอเสียงอ่อน “คนอื่นเหนื่อยมากแล้ว กลับไปพักกันก่อนเถอะ”

        “ทุกคนคะ มาดูอะไรทางนี้หน่อย” ในขณะที่อลิเซียกำลังจะอ้าปากเถียงพาร์คเกอร์ เพรย์ตันกลับพูดแทรกขึ้นมาก่อน เธอชี้ให้ทุกคนดูประตูเหล็กหนาบานใหญ่ อลิเซียเดินไปมองมันใกล้ๆ แล้วพบว่ามันคล้ายกับเซฟใส่ของ ปลดล็อคด้วยรหัสเก้าหลัก

        ทุกคนมองรหัสนั้นอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร ตัวอลิเซียเองก็เช่นกัน หากจะใช้วิธีพังประตูเหล็กบานนี้ก็คงทำไม่ได้

        เดี๋ยวนะ

        รหัสแบบนี้

        เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

        พาร์คเกอร์ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกงของตัวเอง วางทาบกับประตูเหล็กแล้วเริ่มแกะรหัสไปทีละตัวๆ อย่างเชื่องช้า

        “ฉันจะช่วย” อลิเซียเข้าไปช่วยพาร์คเกอร์แกะรหัส ส่วนเพรย์ตันกับทรอยอยู่ด้านหลังพวกเขาโดยไม่พูดอะไร “โชคดีที่คุณหยิบมันมา”

        “ถ้าอยู่ในที่ๆ ถูกต้องมันก็จะเป็นของล้ำค่า” เขาพูดเสียงเรียบ “แต่ก็ต้องขอบคุณเทวทูตสาวผมทองคนนี้ที่เล่นรื้อทุกสิ่งทุกอย่างออกมากองที่พื้น”

        “ไม่รู้ว่าใครจะเป็นคนมาเก็บให้นะ” อลิเซียส่งเสียงครุ่นคิด “ฉันไม่แน่ใจว่าคนร้ายจะมีเวลามาทำความสะอาดสถานที่แบบนี้หรือเปล่า”

        “ทีแบบนี้แล้วทำเป็นเล่นไป” พาร์คเกอร์ส่งรหัสที่แกะได้แล้วให้เธอเป็นคนกดรหัสนั้นใส่บานประตู เมื่อเห็นอลิเซียกดรหัส เพรย์ตันและทรอยก็ถอยห่างจากมันอีกสองสามก้าว